กายภาพบำบัด และการบำบัดชนิดต่างๆ

Facebooktwitterredditpinterestlinkedintumblrmail

 

fisioterapis ke rumah dari MyNurz

กายภาพบำบัด และการบำบัดชนิดต่างๆ

ในกระบวนการฟื้นฟูสุขภาพภายหลังการเจ็บป่วย บางครั้งผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับฟื้นฟูอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ปกติหรือใกล้เคียงภาวะปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และอื่นๆ  MyNurz (มายเนิร์ซ) คือคำตอบของการค้นหานักกายภาพบำบัดด้วยบริการออนไลน์

หลังจากเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยมักมีปัญหาด้านการพูด และการเดินที่เกิดจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการฟื้นฟูตั้งแต่อยู่ในโรงพยาบาล แต่เมื่อออกจากโรงพยาบาล บางครั้งชีวิตที่วุ่นวายกับหน้าที่การงานอาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่จะพาผู้ป่วยไปฟื้นฟูที่โรงพยาบาล

มารู้จักกายภาพบำบัดกันเถอะ

กายภาพบำบัดเป็นกระบวนการฟื้นฟูร่างกายของบุคคลให้สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ และป้องกันความพิการที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ โดยกระบวนการทางกายภาพบำบัด ได้แก่การประเมิน การวินิจฉัย การรักษาและการป้องกัน วัตถุประสงค์ของการทำกายภาพบำบัดคือ การฟื้นฟูการทำงานของร่างกายหลังการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บ ทั้งนี้ คุณสามารถค้นหานักกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญได้อย่างง่ายดายในMyNurz (มายเนิร์ซ) ซึ่งเป็นบริการออนไลน์ที่ช่วยให้การค้นหานักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัดและนักบำบัดการพูดได้สะดวกสบายและง่ายขึ้น

Layanan online terapi untuk para penderita stroke

การเจ็บป่วยบางอย่างที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัด ได้แก่ ผู้ป่วยระบบระบบประสาทและสมอง เช่นโรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์คินสัน เป็นต้น เพราะเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับระบบประสาทแล้วจะทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆของการทำงานในร่างกายขึ้น เช่น การพูด  การเดิน การเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆ เช่น มือ เป็นต้น นอกจากนี้ ความผิดปกติอื่นๆที่สามารถแก้ไขได้ด้วยกายภาพบำบัด เช่น การปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อจากการอักเสบ หรือการได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

นอกจากนี้กายภาพบำบัดยังช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจวายเรื้อรัง หรือกรณีที่เกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจเช่นโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และอื่น ๆ

 

วิธีการรักษาทางกายภาพบำบัด

วิธีที่ 1 คือการออกกำลังกายได้แก่ การบำบัดเพื่อปรับปรุงท่าทาง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายหัวใจและหลอดเลือด และการยืดกล้ามเนื้อ

วิธีที่ 2 คือเทคนิคการบำบัดด้วยไฟฟ้า การบำบัดด้วยเครื่องมือไฟฟ้า ได้แก่ การรักษาด้วยอัลตราซาวด์ การรักษาด้วยเลเซอร์ การบำบัดด้วยเครื่องช็อตเวฟไดอะเธอร์มีย์ (Diathermy) และการรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นด้วยไฟฟ้า (TENS)

วิธีที่ 3 คือการบำบัดด้วยมือ ซึ่งรวมถึงการนวด และการฝึกความต้านทานต่อร่างกาย การเคลื่อนไหวของร่างกาย เป็นต้น

วิธีที่ 4 เป็นการให้คำแนะนำเพื่อแก้ไขเทคนิคการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้องและการใช้เครื่องมืออย่างให้เหมาะสม นอกจากวิธีดังกล่าวแล้ว วิธีอื่นๆเช่น วารีบำบัด การฝึกเทคนิคการหายใจ และการรักษาโดยการฝังเข็ม

 

กิจกรรมบำบัด

Terapi okupasi membantu pasien mandiri kembali.

นอกเหนือจากการบำบัดด้วยกายภาพบำบัดแล้ว คุณอาจเคยได้ยินคำว่ากิจกรรมบำบัด ซึ่งหมายถึงการพัฒนาความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยและพยายามให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมประจำวันได้เองอย่างเป็นอิสระ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีปัญหาในการหยิบจับหรือการเดิน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องบำบัดมือเพื่อให้มือผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

บุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การบำบัดด้วยกิจกรรม เรียกว่านักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapists) ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการทำกิจกรรมบำบัด เช่น ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางร่างกายแต่กำเนิด ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ผู้ป่วยที่สมองถูกทำลาย ผู้ป่วยที่ต้องตัดอวัยวะแขน-ขา ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น Multiple Sclerosis ผู้ป่วยพาร์กินสัน ผู้ป่วยปอดอุดกั้นเรื้อรัง ตลอดจนผู้ป่วที่มีปัญหาสุขภาพจิต เช่น ผู้ป่วยอัลไซเมอร์และผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นต้น  

 

ผู้ป่วยเป็นอิสระมากขึ้น  และลดการพึ่งพา

กิจกรรมบำบัดมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีความเป็นอิสระมากขึ้นในการทำกิจวัตรประจำวัน ตัวอย่างเช่น การะอาบน้ำ การรับประทานอาหาร และแต่งตัว หรือเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทำงานบ้านได้เอง การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมกิจกรรมบำบัด ผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรังหรือในระยะพักฟื้นก็ควรได้รับการฝึกเพื่อคงความสามารถในการเคลื่อนไหว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่น และการฝึกท่าทางที่ปลอดภัยโดยใช้พลังงานเพียงบางส่วน

นอกจากนี้ กิจกรรมบำบัดยังเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้กายอุปกรณ์ต่างๆอย่างปลอดภัยเช่น การใช้ไม้เท้า รถเข็น เครื่องช่วยเดิน เป็นต้น นักกิจกรรมบำบัดจึงมีบทบาทสำคัญที่จะเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมของผู้ป่วย ตัวอย่างเช่น การใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า คีย์บอร์ดพิเศษ เก้าอี้รถเข็นไฟฟ้า หรือรถพิเศษสำหรับผู้ป่วยอัมพาตเป็นต้น

 

ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการบำบัดผู้ป่วย

ภายในบ้านต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ป่วยที่บ้าน ตัวอย่างเช่น มีห้องน้ำและทางเดินเข้าและออกจากบ้านที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

 

การบำบัดด้วยการพูด

นอกเหนือจาก 2 วิธีการดังกล่าวแล้ว ยังมีการบำบัดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จำเป็นมาก ได้แก่ การบำบัดด้วยการพูด การพูดบำบัดเป็นวิธีทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน การวินิจฉัย และการรักษาความผิดปกติที่ทำให้เกิดการพูดและการกลืนบกพร่อง การบำบัดนี้เรียกว่าพยาธิวิทยาของการพูดภาษา

โดยทั่วไปแล้ว การบำบัดการพูดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กที่มีความผิดปกติของคำพูดในวัยที่เจริญเติบโต อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งการบำบัดด้วยการพูดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใหญ่ ตัวอย่างเช่นในผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับภาษาการสื่อสารและการกลืนเนื่องจากปัญหาสุขภาพ รวมถึงความล่าช้าในการพูด การเปลี่ยนแปลงคำพูดหรือไม่สามารถเข้าใจคำพูด หรือพูดไม่ได้  หรือการพูดติดอ่าง การพูดตะกุกตะกักเนื่องจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ความผิดปกติของกล้ามเนื้อช่องปาก-ใบหน้า ความยากลำบากในการเรียนรู้ การอ่าน การสะกดคำ หรือการเขียนและอื่นๆจำเป็นต้องได้รับการบำบัดด้วยการพูด

การบำบัดด้วยเสียงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความผิดปกติที่ทำให้กลืนลำบากหรือก เช่นโรคพาร์คินสัน กล้ามเนื้อ ฝ่อลีบ อัมพาตสมอง ออทิสติก การสูญเสียการได้ยิน โรคกรดในกระเพาะอาหารหลอดอาหารอักเสบ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มอาการโปลิโอดาวน์ซินโดรม และโรคหนังแข็ง เป็นต้น

ความผิดปกติของการพูดเพียงอย่างเดียว ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ หากไม่ได้รับการรักษา จะก่อให้เกิดความวิตกกังวล ความหงุดหงิด อับอายและความรู้สึกต่ำต้อย และผู้ป่วยอาจมีความหวาดกลัวที่จะพูดในที่สาธารณะและมีความเสี่ยงจากภาวะซึมเศร้า

 

หากท่านต้องการบริการด้านกายภาพบำบัด สามารถติดต่อสอบถาม และขอคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ จากมายเนิร์ซ โทร. 02 646 1336, 065 729 6550 หรือเข้าสู่เว็บไซต์ www.mynurz.com

Facebooktwitterredditpinterestlinkedintumblrmail